‘องค์กรผู้บริโภค’ จ่อทวง ‘นายกฯอิ๊งค์’ แก้ค่าไฟ ลั่นคนไทยสุดช้ำแบกเกินจริง50%

2025-04-24 HaiPress

“สภาองค์กรผู้บริโภค” จ่อยื่นหนังสือ นายกฯ อิ๊งค์ ทวงแก้ปัญหาค่าไฟแพง ชี้ต้องกล้าแก้แบบขุดรากปัญหา ไม่ใช่ 4 เดือนทีแก้ที แฉคนไทยสุดช้ำต้องแบกสำรองไฟฟ้าเกินจริง 50% ทั้งที่ไม่ควรเกิน 15% ต้องควักจ่ายให้โรงไฟฟ้าเอกชนฟรี

น.ส.รสนา โตสิตระกูล กรรมการนโยบายสภาองค์กรของผู้บริโภค ด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์หน้า สภาองค์กรของผู้บริโภค เตรียมยื่นหนังสือถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอแนวทางการแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าแพงอย่างยั่งยืน เนื่องจากขณะนี้ค่าไฟฟ้าในระดับปัจจุบันของประเทศยังอยู่ในอัตราสูงกว่าที่ควรจะเป็น

โดยค่าไฟงวดปัจจุบัน (ม.ค.–เม.ย.) อยู่ที่หน่วยละ 4.15 บาท และรัฐบาลประกาศกรอบค่าไฟงวดใหม่ (พ.ค.–ส.ค.) อยู่ที่หน่วยละ 3.99 บาท ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ยังประกาศค่าไฟงวดใหม่อยู่ที่หน่วยละ 4.15 บาท ยังไม่มีการประกาศราคาใหม่ตามกรอบของรัฐบาล และแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลขณะนี้ ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมมากนัก

สำหรับข้อเสนอของสภาองค์กรผู้บริโภค ให้เจรจาทบทวนเงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้า และที่ให้ได้รับการอุดหนุนส่วนต่างต้นทุน หรือแอดเดอร์ ซึ่งเป็นมาตรการจูงใจให้เอกชนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตั้งแต่ปี 50 แต่ปัจจุบันราคาไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์สามารถแข่งขันได้โดยไม่ต้องมีมาตรการจูงใจอีก

จึงเสนอให้ทบทวนยกเลิกการต่ออายุให้โครงการเหล่านี้ที่ต่ออายุสัญญาแบบอัตโนมัติทุก 5 ปี จะทำให้ค่าไฟลดลงได้หน่วยละ 17 สตางค์ ประชาชนจะประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 34,000 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากต้นทุนค่าไฟนี้ไม่ใช่ต้นทุนจากการผลิตไฟ แต่เป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายไฟฟ้าตามนโยบายรัฐ (โพลิซี เอ็กซ์เพน) ซึ่งประชาชนไม่ควรต้องมาแบกรับภาระ เพราะขณะนี้ต้นทุนต่างๆ ลดลงมากแล้ว ไม่เหมือนแต่ก่อนที่ภาครัฐต้องออกนโยบายเพื่อจูงใจภาคเอกชนให้เกิดการลงทุน และหลายๆ โรงไฟฟ้าก็คุ้มทุนแล้ว ที่เหลือเป็นกำไร

นอกจากนี้ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนเปิดทางให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์บนหลังคาผลิตไฟ ลดค่าใช้จ่าย ซึ่งรัฐบาลไม่ต้องเอาภาษีมาลดค่าไฟให้ แค่ลดอุปสรรคให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์บนหลังคาได้สะดวก อนุมัติให้ใช้วิธีหักลบหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้กับไฟฟ้าที่ใช้ จ่ายเงินส่วนเกินที่ใช้ไฟจากการไฟฟ้า เรียกว่าระบบเนต มิเตอร์ริง เพียงแค่นี้ประชาชนก็ลดภาระได้มากโขแล้ว โดยรัฐบาลไม่ต้องเอาภาษีมาลดค่าไฟให้

ที่สำคัญไม่ควรให้โรงไฟฟ้าใหม่เข้าสู่ระบบ ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดกันมานานแล้ว แต่ปี 68 ก็ยังมีโรงไฟฟ้าใหม่เข้าระบบมาอีก 3-4 โรง ทั้งที่ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังไฟฟ้าสำรองหรือไฟฟ้าล้นเกินถึง 40-50% ทั้งที่ตามหลักสากล หลายๆ ประเทศทั่วโลก สำรองไฟฟ้าเพียง 10-15% นี่ปริมาณเกินมาจำนวนมาก ทำให้ประชาชนต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น ทำให้ต้องมีค่าพร้อมจ่ายเกิดขึ้นจำนวนมาก ซึ่งหมายถึงว่า ต้องจ่ายให้กับโรงไฟฟ้าของภาคเอกชน ที่บางโรงไม่ได้เดินเครื่องเลย แต่เราก็ต้องจ่ายเงินให้ มีถึง 7-8 โรง จากทั้งหมด 13 โรง

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ไขข้อสงสัยผู้โดยสาร ทำไมนักบิน "บินวน" แม้เครื่องยนต์ขัดข้องแต่ไม่ลงทันที

04-16

นายกฯ คาดโทษบิ๊ก ขรก.เกียร์ว่าง ลั่น​มีอำนาจสั่งย้ายได้หมด

04-16

อนุทินเผยผลเวที AZEC ไทยมองเป็นโอกาสแม้โลกเผชิญปัญหาพลังงาน

04-16

"อนุทิน" ยันเกาะติดตะวันออกกลาง เร่งมาตรการ ลดค่าไฟ-สินค้าถูก-คนละครึ่งพลัส

04-16

ทหารเมียนมายิงถล่มฝ่ายกะเหรี่ยง กระสุนตกที่พักกาสิโนจีน-ล้ำเขตไทย

04-16

กทม.ตั้งจุดรับ "ปืนฉีดน้ำ" รีไซเคิลเป็นพลังงาน-ลดขยะพลาสติก

04-16

รัสเซียตอบรับขาย "ปุ๋ยยูเรีย" ให้ไทย ตั้งคณะทำงานหนุนการค้า 2 ประเทศ

04-16

เรียกร้องนายกฯ สั่งย้าย "แม่ทัพภาค 4" ปมกล่าวหา รร.ปอเนาะ-ตาดีกา

04-16

"ทรัมป์" ลั่นสงครามใกล้จบ เปิด 2 ทางเลือกอิหร่าน ปิดฉากศึกอ่าวเปอร์เซีย

04-16

จีนขยับ! เปิดหน้าชนสหรัฐฯ ยื่น 4 ข้อสันติภาพท่ามกลางวิกฤตฮอร์มุซ

04-16

©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 โพสต์ตอนเช้าไทย      ติดต่อเรา   SiteMap