พาณิชย์ จับมือ มหาดไทย ขอข้อมูลกรมที่ดินไล่จับนอมินี

2025-05-23 HaiPress

พาณิชย์ มหาดไทย แท็กทีมแก้ปัญหานอมินีถือครองที่ดินของไทย ‘นภินทร’ รมช.พาณิชย์ และ ‘ทรงศักดิ์’ รมช.มหาดไทย ทำ MOU เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กับ กรมที่ดิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหา การใช้คนไทยถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ระหว่าง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กับ กรมที่ดิน พร้อมเชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายทรงศักดิ์ ทองศรี) ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยจะแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อสกัดกั้นไม่ให้คนต่างด้าวใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองที่ดินแทน เสมือนชักศึกเข้าบ้านและนำความเสียหายมาสู่ประเทศชาติโดยเด็ดขาด

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังจากเป็นประธานและสักขีพยานร่วมกับ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ใน “พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้คนไทยถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว” ระหว่าง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กับ กรมที่ดิน ในวันนี้ (วันที่ 22 พฤษภาคม 2568) ว่า ในนามของกระทรวงพาณิชย์ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของภาครัฐในการบูรณาการข้อมูลและใช้กลไกความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบันมีคนต่างด้าวเข้ามาถือครองที่ดินในประเทศไทย โดยให้คนไทยถือครองที่ดินแทน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของกฎหมาย นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ เช่น การประกอบธุรกิจที่ต้องห้ามสำหรับ คนต่างด้าว หรือธุรกิจที่คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขัน และการกระทำดังกล่าว เป็นการบิดเบือนกลไกทางตลาด ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและการป้องปรามการกระทำความผิดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจและการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางหรือนอมินีอย่างจริงจัง อันจะนำไปสู่การสร้างระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน

รมช.นภินทร กล่าวต่อว่า การที่ประเทศไทยเผชิญปัญหาการใช้คนไทยถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว เพื่อแสวงหาประโยชน์จากที่ดินในลักษณะการประกอบธุรกิจต้องห้าม เช่น ธุรกิจเกษตร ธุรกิจที่พัก ธุรกิจขายอาหารและเครื่องดื่ม เป็นพฤติกรรมที่กระทบโดยตรงต่อความมั่นคงด้านทรัพยากรของประเทศและด้านเศรษฐกิจอันเกี่ยวเนื่องกับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลธุรกิจ และกระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดินในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการบริหารจัดการที่ดินของรัฐ ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ของการบูรณาการการทำงานร่วมกัน จึงได้ผนึกกำลังเพื่อธำรง ไว้ซึ่งความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจและการปกป้องทรัพยากรของชาติ เนื่องจากที่ดินถือเป็นเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ การลงนาม MOU ครั้งนี้ จะเป็นความหวังของประชาชน ไม่ใช่เพียงการลงนามในกระดาษ

รมช.ทรงศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ เป็นพันธกิจร่วมกันของภาครัฐ ซึ่งมุ่งประสงค์ที่จะใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือในการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายของไทยและแก้ปัญหาเชิงกลยุทธ์กับผู้แสวงหาประโยชน์โดยไม่สุจริต ด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลคนต่างด้าวและตรวจสอบนิติบุคคลตามรายชื่อที่ได้รับแจ้งระหว่างกัน โดยเฉพาะข้อมูลนิติบุคคลที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นนอมินี และข้อมูลการถือครองที่ดินของคนต่างด้าว เป็นต้น เพื่อที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมที่ดินจะได้ดำเนินการตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน เรื่องร้องเรียนเลขแดงที่ 3002/2567

ทั้งนี้ พื้นที่ทางการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติมีความสำคัญในโครงสร้างทางเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านที่ดิน ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต การร่วมมือกันในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหานิติบุคคล ที่มีลักษณะเข้าข่ายนอมินี ซึ่งจากนี้ไปกรมที่ดินจะนำข้อมูลที่เชื่อมโยงกันครั้งนี้ไปตรวจสอบและทำงานในเชิงรุกต่อไป

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการทำงานเชิงรุกและการกำกับดูแลเชิงโครงสร้าง ในระยะยาว ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะเป็นต้นแบบของการบริหารภาครัฐยุคใหม่ และจะเป็นรากฐานที่มั่นคงนำไปสู่ความร่วมมือด้านอื่นๆ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งสองหน่วยงาน และประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติใน 3 ประการ ดังนี้ 1) การป้องกันการอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายในการประกอบธุรกิจ หรือ การถือครองที่ดิน 2) การเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมาย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง และ 3) การส่งเสริมให้มีการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเป็นธรรม และคุ้มครองธุรกิจของคนไทยที่ยังไม่มีความพร้อมในการแข่งขันกับนักลงทุนต่างชาติได้อย่างเสรี รมช.นภินทร กล่าวในตอนท้าย

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมการเดินเรือในเทียนจินของจีน ชูโอกาสจาก AI

06-08

สายการบินไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนในเวทีนานาชาติว่าด้วยการส่งเสริมการสร้างอารยธรรมเชิงนิเวศระดับโลก

06-08

สกัดจับรถบรรทุกยางมะตอยดัดแปลงซุก "ไอซ์-คีตามีน" รวมกว่า 1.7 ตัน

06-03

เมืองที่รัฐยอมปล่อยมือ ทำไม "กทม.-พัทยา" ถึงได้สิทธิ์เลือก "พ่อเมือง" เอง ?

06-03

"ศาลเคนยา" สั่งระงับแผนตั้งศูนย์กัก "โรคอีโบลา" ของสหรัฐฯ

06-03

"ทรัมป์" อ้างอิหร่านตกลงจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

06-03

พบร่างเด็กหญิงวัย 7 ขวบ กลางสวนยาง จ.กาญจนบุรี หลังหายตัว 3 วัน

06-03

"กู้ภัยไทย-ลาว" ปฏิบัติการค้นหา 2 ชีวิตติดถ้ำในลาวต่อเนื่อง

06-03

สธ.เฝ้าระวังโควิด-19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 ชี้ยังไม่พบอาการรุนแรงขึ้น

06-03

โฆษกกองทัพไทย โต้กลับ "จิรัฏฐ์" หยุดบิดเบือน ชี้วิจารณ์ความมั่นคงต้องยึดข้อเท็จจริง

06-03

©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 โพสต์ตอนเช้าไทย      ติดต่อเรา   SiteMap