ปัญหายังไม่จบ! ‘เนสท์เล่’ ยื่นฟ้อง ประยุทธ-เฉลิมชัย มหากิจศิริ

2025-05-30 IDOPRESS

ปัญหายังไม่จบ! "เนสท์เล่" ยื่นฟ้อง ประยุทธ-เฉลิมชัย มหากิจศิริ เรียกค่าเสียหาย 577 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ได้มีนัดไกล่เกลี่ย ระหว่างคู่กรณี จากการที่บริษัทในเครือเนสท์เล่ เอส. เอ. ที่สวิตเซอร์แลนด์ ในฐานะเจ้าของเครื่องหมายการค้า เนสกาแฟ และเนสท์เล่ ไทย ในฐานะผู้ได้รับสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าเนสกาแฟในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว ได้ยื่นฟ้องนายประยุทธ มหากิจศิริ และนายเฉลิมชัย มหากิจศิริ จากการกระทำที่กระทบสิทธิในเครื่องหมายทางการค้าเนสกาแฟ โดยเนสท์เล่เรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 577 ล้านบาท ซึ่งคำนวณจากค่าเสียหายจากการที่เนสท์เล่ต้องหยุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนสกาแฟไป 8 วัน ซึ่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวยืนยันว่าเนสท์เล่ไทย เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้า “Nescafe” และ “เนสกาแฟ” ในประเทศไทย

คู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้มาศาลเพื่อร่วมขั้นตอนไกล่เกลี่ย โดยนายเฉลิมชัย มหากิจศิริ และตัวแทนของเนสท์เล่ ไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ จึงให้คู่ความเข้ากระบวนการพิจารณาคดีและกำหนดประเด็นข้อพิพาทต่อไปในวันที่ 9 มิถุนายน 2568 นี้

ก่อนหน้านี้ เนสท์เล่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเลิกกิจการบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์จำกัด (QCP) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนแบบ 50/50 ระหว่างเนสท์เล่และตระกูลมหากิจศิริ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นแต่ละฝ่ายได้รับส่วนแบ่งสินทรัพย์ของตนและสามารถนำสินทรัพย์ดังกล่าว ไปลงทุนตามความต้องการของตนเองได้ เนื่องจากกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของบริษัท QCP และบริษัท QCP ได้หยุดการดำเนินงานต่าง ๆ โดยไม่ได้ผลิตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นมา นอกจากนี้ เนสท์เล่ยังได้ขอให้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ พิจารณาแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีหรือผู้จัดการทรัพย์สิน เพื่อทำหน้าที่ดูแลภาระทางการเงินของบริษัท QCP และปกป้องทรัพย์สินของบริษัท จนกว่าศาลจะมีคำตัดสินเกี่ยวกับการเลิกกิจการบริษัท QCP โดยเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้สืบพยานฝ่ายโจทก์จำนวน 3 ปาก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และศาลได้นัดสืบพยานฝ่ายจำเลยในวันที่ 26 มิถุนายน 2568 ที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ เนสท์เล่จะดำเนินการอย่างเต็มที่ ให้การเลิกกิจการบริษัท QCP เป็นไปอย่างราบรื่น และลดผลกระทบที่อาจมีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน โดยเนสท์เล่ยังคงเป็นบริษัทที่รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้ารายใหญ่ที่สุดของไทย และจะเดินหน้าลงทุนเพื่อผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย

ระหว่างปี 2533 ถึง 2567 ผลิตภัณฑ์เนสกาแฟในประเทศไทย เคยผลิตโดยบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ จำกัด (QCP) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนแบบ 50/50 ระหว่างเนสท์เล่และตระกูลมหากิจศิริ โดยนายประยุทธ และนายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ไม่ใช่เจ้าของเนสกาแฟ แต่เป็นเพียงผู้ถือหุ้นในโรงงาน QCP ส่วนแบรนด์เนสกาแฟและเทคโนโลยีการผลิตที่เกี่ยวข้องล้วนเป็นของเนสท์เล่ และเนสท์เล่เป็นผู้บริหารงานบริษัท QCP ทั้งหมดด้วยตนเองมาโดยตลอด

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ค่าเงินบาทแข็งค่า 32.38 บาท ตลาดให้ความสนใจความเป็นอิสระของเฟด

08-29

หุ้นไทยเช้านี้เปิดบวก 3.37 จุด ฟื้นจากงาน Thailand Focus 

08-29

สยามเซ็นเตอร์ ขับเคลื่อนจากเวทีต้นแบบสู่ ‘มหานครแห่งไทยสร้างสรรค์’

08-29

ตลท.เชื่อมั่นการเมืองไม่กระทบฟันด์โฟวด์

08-29

‘มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์’ เร่งผลักดันนวัตกรรมด้านบริการยกระดับมาตรฐานธุรกิจ

08-29

SME ไทยเตรียมโลดแล่นสู่เวทีโลก ร่วมงานใจกลางกรุงโซล

08-29

เตือนอีกครั้ง อย่าหลงเชื่อ อ้างชื่อ สนง.สลาก หลอกเลขหลุด-เลขล็อก ผ่าน TikTok

08-29

ข่าวดี ต่างชาติลุยลงทุนไทย 1.5 แสนล้าน จ้างงาน 4 พันคน ญี่ปุ่นแชมป์

08-29

พาณิชย์ งัดไม้แข็งบังคับโรงงาน รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กก. 9.80 บาทเริ่มพรุ่งนี้

08-29

ดัชนีหุ้นปิดลบ 3.23 จุด จากความไม่แน่นอนคำตัดสินคดีนายกฯ

08-29

©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 โพสต์ตอนเช้าไทย      ติดต่อเรา   SiteMap