เอสซีจีดีจ่อย้ายฐานผลิตไปเวียดนามแทน หนีภาษีทรัมป์ – พิษเศรษฐกิจในประเทศ

2025-07-31 HaiPress

เอสซีจีดีจ่อย้ายฐานผลิตไปเวียดนามแทน หนีภาษีทรัมป์ - พิษเศรษฐกิจในประเทศ หลังขยายตัวพุ่ง เปิดผลประกอบการทำกำไรสูงสุดรอบ 5 ไตรมาส

นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เอสซีจี เดคคอร์ หรือเอสซีจีดี เปิดเผยถึงแนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังว่า ประเมินว่า เติบโตดีกว่าครึ่งปีแรกของปี 68 เนื่องจากได้แรงหนุนจากการเติบโตจากเวียดนามเป็นหลัก เพื่อเข้ามาชดเชยยอดขายในไทยที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศ พร้อมปักหมุดเวียดนามเป็นฐานการผลิต และส่งออก เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัท โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายจากเวียดนามเพิ่มเป็น 30-40% ภายใน 3 ปีข้างหน้า (ปี 68-70) จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 23-25%

ส่วนภาพรวมทั้งปี 68 คาดเติบโตลดลงเล็กน้อยจากปี 67 เนื่องจากช่วงครึ่งปีแรกยอดขายในไทยชะลอตัวลงค่อนข้างมาก ขณะที่แนวโน้มช่วงครึ่งปีหลังยอดขายในไทยคาดทรงตัว เพราะยังไม่เห็นปัจจัยบวกชัดเจนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ บริษัทจึงเดินหน้าลงทุนในเวียดนามด้วยแผนขยายกำลังการผลิต เพื่อเตรียมพร้อมเป็นฐานส่งออก เนื่องจากมองว่า แนวโน้มเศรษฐกิจเวียดนามยังเติบโตต่อเนื่อง และสามารถควบคุมต้นทุนให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ประกอบกับ เวียดนามบรรลุข้อตกลงทางภาษีกับสหรัฐด้วยอัตรา 20% แล้วด้วย

สำหรับความกังวลที่ไทยอาจถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีในอัตรา 36% ปัจจุบัน มองว่าผลกระทบทางตรงกับบริษัทค่อนข้างน้อย เนื่องจากสัดส่วนที่กลุ่มบริษัทส่งออกไปตลาดสหรัฐมีน้อยกว่า 1% ขณะที่ผลกระทบทางอ้อม หากทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวและตลาดซบเซาลง แต่การที่บริษัทเป็นผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียนที่มีโรงงานอยู่ในหลายประเทศแพื่อรองรับความผันผวน บริษัทสามารถใช้เวียดนามเป็นฐานการส่งออกได้ เนื่องจากมีศักยภาพแข่งขันในระดับโลก

“แม้เวียดนามจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 20% แต่เรามีฐานการผลิตใหญ่ในเวียดนามและมีต้นทุนที่ดี ดังนั้นเวียดนามจะเกิดโอกาสในการส่งออก ขณะที่การส่งออกผลิตภัณฑ์จากไทยที่ส่งไปสหรัฐส่วนหนึ่งประมาณ 1% ก็ย้ายการผลิตในไทยไปผลิตเวียดนาม และใช้ฐานการผลิตเวียดนามส่งออกไปแทน เราก็จะปิดโอกาสความเสี่ยงตรงนี้ ขณะที่ประเด็นข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ผลกระทบกับบริษัทไม่มากนัก เพราะบริษัทส่งสินค้าไปขายในกัมพูชาประมาณ 30 ล้านบาทต่อเดือนเท่านั้น คิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับพอร์ตรวม”

นายนำพล กล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาส 2 ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (อิบิดา) อยู่ที่ 879 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน มีกำไรสุทธิ 283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% ส่งผลให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายที่ลดลง และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 4.8% สูงสุดในรอบ 5 ไตรมาสที่ผ่านมา นับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 67

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

ไม่ใช่แค่เรื่องระบบ! อดีต ผู้ว่าฯ รฟท. ยันอุบัติเหตุทางรางเกิดจาก "คนฝ่าฝืนกฎ"

05-20

ครม.ไฟเขียว ยกระดับฝีมือแรงงาน 4 สาขา เพิ่มค่าจ้าง 550-650 บาท/วัน

05-20

ส่องประวัติ "พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์" ผู้กุมบังเหียน "กรมรางฯ"

05-20

เช็กรายละเอียด "ไทยช่วยไทยพลัส" รัฐช่วย 60 ประชาชนจ่าย 40 เงื่อนไข-วันลงะทะเบียน

05-20

รฟท.เร่งออกใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ-ตรวจสารเสพติดเข้ม

05-20

3 แนวทาง คำวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

05-20

ประจักษ์วิเคราะห์ : รถไฟชนรถเมล์ตาย 8 กลางกรุง เชื่อจะไร้แววระดับ "บิ๊ก" รับผิดชอบ

05-20

ภาคเอกชนเสนอขยายเวลาเปิดด่านช่องเม็ก หวังเพิ่มการส่งออก

05-20

สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนยังอ่วม ฝนฟ้าคะนองปกคลุม 60-70% พื้นที่

05-20

WHO หวั่น "อีโบลา" ระบาดเร็ว-กินเวลานานหลายเดือน

05-20

©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 โพสต์ตอนเช้าไทย      ติดต่อเรา   SiteMap