“จตุพร” ชง 4 แนวทาง ฟื้นถนนบรรทัดทอง รับฟังปัญหาผู้ประกอบการ ผลักดันแลนด์มาร์กสตรีทฟู้ด

2025-08-19 HaiPress

“จตุพร” ควง “ฉันทวิชญ์” ลุยบรรทัดทอง รับฟังปัญหาผู้ประกอบการ เติมความเชื่อมั่น  เดินหน้าผลักดันสู่แลนด์มาร์กสตรีทฟู้ดระดับโลก

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ถนนบรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง ตามนโยบาย“พาณิชย์พึ่งได้” เพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการร้านอาหารและสตรีทฟู้ดในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ

ถนนบรรทัดทองเป็นย่านร้านอาหารที่ได้รับการจัดอันดับโดย นิตยสาร Time Out ให้เป็น “ถนนที่เท่ที่สุดในโลก อันดับที่ 14” (World’s Coolest Streets) เมื่อปี 2014 ปัจจุบันมีร้านอาหารทั้งเก่าแก่และรุ่นใหม่กว่า 300 ร้าน สร้างรายได้หมุนเวียนให้เศรษฐกิจหลายพันล้านบาทต่อปี แต่ในระยะหลัง ผู้ประกอบการต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ค่าเช่าพื้นที่ที่สูงขึ้น และกำลังซื้อของคนไทยที่ชะลอตัว

นายจตุพร กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ตระหนักถึงศักยภาพของถนนบรรทัดทองที่จะพัฒนาเป็น ‘แลนด์มาร์กสตรีทฟู้ดระดับโลก’ แต่ขณะเดียวกันต้องรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ประกอบการ และร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

“ที่นี่มีร้านอาหารจำนวนมาก ต้องมาดูว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ตรงไหน แล้วแก้ให้ตรงจุด เพราะมีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คมนาคม กรุงเทพมหานคร และจุฬาฯ ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ต้องช่วยกันออกแบบอนาคตร่วมกัน สิ่งสำคัญคือการรวมกลุ่มผู้ประกอบการ ตั้งคณะกรรมการที่มีส่วนร่วมจริง และวาดคอนเซ็ปต์ให้ชัดว่าบรรทัดทองจะมีเอกลักษณ์แบบไหน” นายจตุพรกล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เสนอแนวทางเร่งด่วน 4 ด้าน ได้แก่

1.การรวมกลุ่มผู้ประกอบการให้เข้มแข็ง โดยตั้งกรรมการเป็นทางการ เพื่อเป็นกลไกหลักในการสื่อสารและตัดสินใจ เมื่อดำเนินการใดๆ จะได้มีพลังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

2.การกำหนดคอนเซ็ปต์ย่าน (Unique Identity) เช่น จัดโซนพิเศษในวันเสาร์–อาทิตย์ และสร้างบรรยากาศที่แตกต่างเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

3.การลดต้นทุนผู้ประกอบการ โดยผลักดันนโยบาย “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย” นำสินค้าคุณภาพดีราคาเป็นธรรมมาเชื่อมโยงกับร้านอาหารในพื้นที่ในลักษณะฟาร์มทูเทเบิล

4.การจัดอีเวนท์ต่อเนื่อง อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อสร้างบรรยากาศคึกคักและเชื่อมโยงกับย่านท่องเที่ยวอื่นๆ ของกรุงเทพฯ

นายจตุพร ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์พร้อมประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันนโยบาย “พาณิชย์พึ่งได้” โดยทำงานเชื่อมโยงจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ และรณรงค์ใช้สินค้าไทยไปพร้อมกับการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ย่านนี้

“ผมอยากให้บรรทัดทองเป็นย่านที่คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จัก ว่าเป็นสตรีทฟู้ดที่ปลอดภัย มีเอกลักษณ์ และมีบรรยากาศที่เดินสนุก กินเพลิน เดินชิลล์ เติมศิลป์ ไม่ต่างจากจตุจักรหรือทรงวาด ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กที่ใครมากรุงเทพฯ ก็ต้องแวะมา” รมว.พาณิชย์ กล่าว

ด้านผู้แทนผู้ประกอบการถนนบรรทัดทองสะท้อนว่า ปัจจุบันแม้จะมีร้านค้ารวมกว่า 385 ร้าน แต่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง จากเดิมที่มีจำนวนถึง 30,000–40,000 คนต่อวัน จนผู้ประกอบการประสบปัญหาจึงเสนอให้ภาครัฐและจุฬาฯ เร่งร่วมกันกำหนดแผนพัฒนาและผลักดันให้ถนนบรรทัดทองเป็น “เขตเศรษฐกิจสร้างสรรค์” เพื่อสร้างเสน่ห์ใหม่และรักษาศักยภาพของย่านนี้ไว้

ทั้งนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะเจ้าของพื้นที่ ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยการจัดโครงการลดต้นทุน โครงการการจัดการสิ่งแวดล้อม และพัฒนาพื้นที่ให้มีความยั่งยืน พร้อมทั้งผลักดันให้มีการจัดกิจกรรม “Night Street Food” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

ผศ.ดร.จรัสพัฒน์ พฤกษารัตนวุฒิ ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านการจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ เปิดเผยว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งเน้นการพัฒนาย่านสามย่าน-บรรทัดทอง ในทุกในมิติ ที่ไม่เพียงแต่พัฒนาด้านเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่มุ่งเน้นการพัฒนาทั้งด้านความเป็นอยู่ของชุมชนสังคม สิ่งแวดล้อมทั้งให้ความสำคัญด้านพื้นที่สีเขียวและการประหยัดพลังงาน การพัฒนาพื้นที่โดยใช้เทคโนโลยี และพัฒนาเมืองให้เป็น SMART CITY รวมทั้งยังมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนบรรทัดทองอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความเจริญเติบโตของเมืองทั้งในปัจจุบัน และอนาคต พร้อมทั้งการพัฒนาความสัมพันธ์เพื่อสร้างพลังความร่วมมือกับทั้งผู้เช่าที่ไม่ใช่แค่ผู้เช่ากับผู้ให้เช่า แต่สร้างความสัมพันธ์แบบพาร์ทเนอร์กันและกัน

สร้างสรรค์ให้บรรทัดทองมีอัตลักษณ์ที่ชัดเจน เกิดเป็น THAILAND’s STREET FOOD LANDMARK โดยการรวมพลังช่วยกันเสริมจุดแข็ง และแก้ไขจุดอ่อนให้กับผู้ประกอบการ เช่น “โครงการโต๊ะกลม” ที่จะให้คำปรึกษา ติดอาวุธให้ความรู้ทั้ง AI การเงิน การตลาด ภาษีแก่ผู้ประกอบการ เป็นต้น

Business matching ให้ผู้ผลิตมาพบกับผู้ประกอบการ เพื่อช่วยเหลือด้านการลดต้นทุนวัตถุดิบด้วยการจัดโครงการ Partnership “PMCU Resterant Stronger Togetheres นอกจากนี้ยังวางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในระยะยาว โดยมุ่งเน้นเป็นต้นแบบทางด้าน SDGs เพื่อเป็นต้นแบบด้านการพัฒนาพื้นที่ย่านการค้าอย่างยั่งยืน

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

งานแสดงสัญชาวิศวกรรมนานาชาติเจ้อเจียง (ประเทศไทย) ปี 2026 จัดขึ้นสำเร็จแล้วในประเทศไทย

07-03

BGI Group Showcases Life Science Innovation Across the Value Chain at the 4th China International Supply Chain Expo

06-23

Singapore Treasure Carbon เข้าร่วม Climate Future Asia Summit 2026 (CFAS) ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

06-21

ทัวร์มณฑลเจียงซู “Travelogue of China 2026” สิ้นสุดลง โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง

06-16

“ภาพแห่งเทียนถาน” ปิดฉากงดงามที่กรุงเทพฯ เติมสีสันแลกเปลี่ยนภาพยนตร์จีน-ไทย

06-15

Monthly Global Sales Surpass 75,000 Units for the First Time! OMODA & JAECOO's Intelligent and New Energy Offensive Reaches New Heights

06-14

PokePay Builds a One-Stop Digital Finance Platform Connecting Traditional Finance and Crypto Payments

06-11

งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมการเดินเรือในเทียนจินของจีน ชูโอกาสจาก AI

06-08

สายการบินไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนในเวทีนานาชาติว่าด้วยการส่งเสริมการสร้างอารยธรรมเชิงนิเวศระดับโลก

06-08

สกัดจับรถบรรทุกยางมะตอยดัดแปลงซุก "ไอซ์-คีตามีน" รวมกว่า 1.7 ตัน

06-03

©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 โพสต์ตอนเช้าไทย      ติดต่อเรา   SiteMap