จับตาเงินบาทสัปดาห์หน้า อ่อนค่าแตะ 33 บาท ปัจจัยราคาทอง ชัตดาวน์สหรัฐ

2025-10-13 HaiPress

จับตาค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า คาดอาจอ่อนค่าแตะระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยราคาทองคำในตลาดโลก และสถานการณ์ชัตดาวน์ของสหรัฐ

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” รายงานเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมาแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือนที่ 32.82 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนฟื้นตัวกลับบางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์

เงินบาททยอยอ่อนค่าผ่านระดับสำคัญทางจิตวิทยาหลายแนวในสัปดาห์นี้ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ และการคาดการณ์ของตลาดต่อโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของ กนง. ในการประชุมช่วงกลางสัปดาห์ (8 ต.ค.) หลังตัวเลขเงินเฟ้อของไทยเดือน ก.ย. ออกมาต่ำกว่าที่คาด

อย่างไรก็ดี เงินบาทปรับแข็งค่าไปที่แนว 32.40 ช่วงสั้นๆ หลัง กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม 1.50% ก่อนจะอ่อนค่าลงอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากตลาดประเมินว่า แม้ กนง. จะคงดอกเบี้ย แต่เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอลง ทำให้ยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะปรับลดดอกเบี้ยลงเพิ่มเติมอีกในระยะข้างหน้า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน (ตั้งแต่ 4 ส.ค.) ที่ 32.82 สอดคล้องกับแรงขายทำกำไรทองคำในตลาดโลก

ขณะที่เงินดอลลาร์ยังมีแรงหนุนจากทิศทางที่อ่อนค่าของเงินเยนจากการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ และแรงกดดันของเงินยูโรจากความไม่แน่นอนทางการเมืองของฝรั่งเศส อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ก่อนเข้าสู่ช่วงหยุดยาวของตลาดการเงินในประเทศ

ในวันศุกร์ที่ 10 ต.ค. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.70 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 32.39 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (3 ต.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 6-10 ต.ค. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 2,518.6 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 1,121 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 345 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 776 ล้านบาท)

สัปดาห์ระหว่างวันที่ 13-17 ต.ค. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.50-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลก ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ รวมถึงสถานการณ์ชัตดาวน์ของสหรัฐ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด

ปัจจัยจากฝั่งสหรัฐ ที่น่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากชัตดาวน์ ได้แก่ รายงาน Beige Book ของเฟด ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นที่ต้องติดตามจะอยู่ที่ตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ก.ย. ของจีน (เช่น การส่งออก ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต) ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. ของญี่ปุ่นและยูโรโซน และตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ย. ของยูโรโซน

คำปฏิเสธ: บทความนี้ทำซ้ำจากสื่ออื่น ๆ วัตถุประสงค์ของการพิมพ์ซ้ำคือการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์นี้เห็นด้วยกับมุมมองและรับผิดชอบต่อความถูกต้องและไม่รับผิดชอบใด ๆ ตามกฎหมาย แหล่งข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ได้รับการรวบรวมบนอินเทอร์เน็ตจุดประสงค์ของการแบ่งปันคือเพื่อการเรียนรู้และการอ้างอิงของทุกคนเท่านั้นหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาโปรดส่งข้อความถึงเรา

ล่าสุด

อิหร่านเสนอ "เปิดฮอร์มุซ" แลกสหรัฐฯ หยุดปิดล้อมทะเล-ยุติศึก

04-29

สภาพอากาศวันนี้ ทั่วไทยอากาศร้อน "กลาง-เหนือ" อุณหภูมิสูงสุด 42 องศาฯ

04-29

ดรามาทุเรียน 100 บาท จุดชนวนถก "กลไกตลาด-กลยุทธ์อินฟลูฯ"

04-29

"อารัคชี" พบ "ปูติน" ชี้รัสเซียเป็นพันธมิตรของอิหร่านในสงครามนี้

04-29

เตรียมเปิดด่านชายแดน สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สอด

04-29

ปรับค่าตอบแทน "พนักงานจ้างท้องถิ่น" มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 พ.ค.67

04-29

จากล้งสู่ไลฟ์สด! เจาะลึกดีลทุเรียน 100 บาทผ่านกลยุทธ์จิตวิทยา "FOMO"

04-29

อัปเดตสวัสดิการรัฐ พ.ค.69 ช่วยค่าครองชีพเพิ่ม 100 บาท

04-29

"เอกนัฏ" ชง ครม.เคาะโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ชี้จ่ายถูกลง 30-40%

04-29

"รุทธพล" ชี้ 29 เม.ย.รู้ผลพักโทษ "ทักษิณ" เงื่อนไข-ติดกำไล EM หรือไม่

04-29

©ลิขสิทธิ์ 2009-2020 โพสต์ตอนเช้าไทย      ติดต่อเรา   SiteMap